วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แสตมป์ 3 มิติ Hologram Stamp 3D (Space)






ภาพแสตมป์จากพิพิธภัณฑ์แสตมป์สามเสนใน
Pictures from Museum of Thai Stamp Sam Saen Nai






                                           แสตมป์ไข่มุก
                                           pearl stamp

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ข้อมูลการขึ้นบัญชีนิติกรของราชการ


นิติกรปฏิบัติการสำนัก กพ
หลักกสูตรและวิธิธีกีการสอบภาคความร้ความสามารถที่่ใช้เฉพาะตำแหน่ง
ทดสอบความรู้ความสามารถ ดังต่อไปนี้ โดยวิธีการสอบข้อเขียน (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
1. กฎหมายสารบัญญัติ (50 คะแนน)
หลักกฎหมายแพ่ง
หลักกฎหมายอาญา
2. กฎหมายวิธีสบัญญัติ (50 คะแนน)
กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง
กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา
3. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายมหาชน (100 คะแนน)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.. 2550
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.. 2539
และพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.. 2539
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.. 2540
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.. 2551
สมัครสอบ 4 - 25 มี.. 54
ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบฯกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบ 8 เม.. 54
สอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) 24 เม.. 54 ทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) 20 .. 54
สอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)
ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้  24 มิ.. 54

มีผู้สมัครสอบ 6,019 คน
นิติกรปฏิบัติการสำนัก กพ ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2554 จำนวนที่ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้มีจำนวน 1,837 คน ซึ่งขณะนี้ถูกเรียกตัวเข้ารับราชการถึงลำดับที่ 127 แล้ว[1]


2.นิติกรการประปาส่วนภูมิภาคซึ่งจัดให้มีการสอบในวันที่ 4 กันยายน 2554 มีจำนวนผู้มีสิทธิสอบ 1,814 คน[2]มีผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ 65 คน[3]


[1] http://www.ocsc.go.th/ocsccms/frontweb/view.jsp?categoryID=CAT0001694 ข้อมูลของวันที่ 19 ..2554

[2] http://pwa.thaijobjob.com/kpp-20.pdf
[3] http://www.pwa.co.th/jobs/news/files/20111004/20.%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%204.pdf

รวมข้อสอบอัตนัยนิติกรและนักกฎหมายของราชการ

รวมข้อสอบอัตนัยนิติกรและนักกฎหมายของราชการ
สอบนิติกร กรมบังคับคดี 17 พฤษภาคม 2552
ข้อ 1 เป็นข้อสอบบรรยายเกี่ยวกับอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ หลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และถามอีกอันว่าโจทก์ผู้ฟ้องคดีล้มละลายต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้อีกหรือไม่
ข้อ 2 เป็นข้อสอบตุ๊กตาถามเกี่ยวกับการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย มีสามข้อย่อย น่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับหนี้ที่ขอรับชำระในคดีล้มละลายได้และระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย
ข้อ 3 เป็นกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาคบังคับคดี เกี่ยวกับประเด็นว่าทรัพย์สินใดบ้างที่จะถูกบังคับคดี มีประเด็นเรื่องสินสมรสด้วย
ข้อ 4 เป็นเรื่องไม่บังคับคดีภายในกำหนด 10 ปีและขอไถ่ถอนจำนองเมื่อพ้นกำหนดเวลาบังคับคดี ดอกเบี้ยไถ่ถอนและเรื่องการวางทรัพย์[1]


[1] <http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=newwan> access on 24 Dec. 11

สถิติการสมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา

ในการสมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา สนามใหญ่ปี 2554 จำนวนผู้มีสิทธิสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา คือ 7642คน จากผู้ยื่นใบสมัคร 7737 คน ผู้ไม่มีสิทธิสอบมีจำนวน 95 คน แต่ภายหลังมีการประกาศเพิ่มเติมคืนสิทธิเข้าสอบให้แก่ผู้สมัครสอบอีกจำนวน 1 คน [1]


[1] <http://www.ojc.coj.go.th/system/ojc54/p_toy/july/exam_name54.pdf >:access24 Dec. 11

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วิธีตอบข้อสอบกฎหมาย


ข้อสังเกต
1.แต่ละย่อหน้าวางหลักกฎหมาย พยายามปรับข้อเท็จจริง
2.คำพิพากษาฎีกาจะวางหลักก่อนแล้วปรับข้อเท็จจริงเข้ากับหลัก
โจทย์
นาย ก.ยื่นฟ้อง B ต่อศาลชั้นต้นเรียกเงิน 1 แสน บาท โดยเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ ข้อเท็จจริง ปรากฎว่าศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมไม่ถูกต้องให้เสียเพิ่ม 2 หมื่นบาท โจทก์วางโดยไม่ทักท้วง เมื่อโจทก์นำค่าขึ้นศาลมาวางศาลพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี โจทก์ยื่นอุทธรณ์เฉพาะประเด็นคำสั่งให้วางค่าขึ้นศาลโดยไม่ได้วางค่าธรรมเนียมใช้แทนในการยื่นอุทธรณ์โดยมิได้ทักท้วง กรณีนี้โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์หรือไม่
พิเคราะห์-อุทธรณ์ตัวคำสั่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 คำสั่งที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม มาตรา  226 เนื่องจากไม่ใช่คำสั่งไม่รับ/คืนคำคู่ความตามมาตรา 18 และไม่ใช่การชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องโต้แย้งด้วย คำสั่งระหว่างพิจารณาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่โต้แย้งอุทธรณ์ได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มาตรา 229 การอุทธรณ์ที่มีผลให้ศาลอุทธรณ์ยกเลิกหรือเพิกถอนคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อุทธรณ์นี้ต้องวางค่าธรรมเนียมใช้แทนโดยไม่ต้องคำนึงว่า จะต้องเป็นตัวคำพิพากษาหรือไม่ แม้เป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาหรือ คำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ ถ้ามีผลให้ยกเลิกหรือเพิกถอนก็ต้องวาง
ตามปัญหามีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่า นาย ก.จะอุทธรณ์คำสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำสั่งระหว่างพิจารณาคือคำสั่งที่ศาลสั่งไปแล้วไม่ทำให้คดีเสร็จไปจากศาลและคำสั่งต้องไม่ใช่คำสั่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 227 และมาตรา 228 ซึ่งคู่ความจะอุทธรณ์ได้ต้องโต้แย้งไว้ก่อนและจะโต้แย้งโดยชัดแจ้งหรือปริยายก็ได้และต้องโต้แย้งภายใน 1 เดือนหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษา (ต้องดึงหลักมาผสมกับข้อเท็จจริงแล้วมาบอกว่าผิดต่อมาตรานี้ มันไม่น่าจะทำให้เราได้คะแนนดี)เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติว่าศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มขึ้น คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเพราะเป็นคำสั่งที่สั่งไปแล้วไม่ทำให้คดีเสร็จไปจากศาล ทั้งคำสั่งดังกล่าวก็ไม่ใช่คำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความอันบัญญัติไว้ใน มาตรา 18 ทั้งมิใช่การสั่งหรือชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฏหมายตามมาตรา 27 เมื่อโจทก์ไม่ได้โต้แย้งไว้จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 (แล้วก็ปิดนิดหนึ่งว่า)อย่างไรก็ตามคำสั่งเรื่องค่าขึ้นศาลเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์จะมิได้โต้แย้งก็หยิบยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม มาตรา 225 วรรค 2
ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมา อุทธรณ์โจทก์จะต้องวางค่าธรรมเนียมใช้แทนหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่าอุทธรณ์ที่ยื่นต่อศาลกฎหมายบังคับให้ต้องวางค่าธรรมเนียมใช้แทนมิฉะนั้นเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 229 ซึ่งบทบัญญัติแห่งมาตราดังกล่าวหาใช่บังคับถึงอุทธรณ์อันเป็นเนื้อหาแห่งคดีเท่านั้น ดังนั้นอุทธรณ์เช่นนี้ก็ต้องวางค่าธรรมเนียมใช้แทน เมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่าแม้คำสั่งเรื่องค่าขึ้นศาลจะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามอุทธรณ์ย่อมมีผลให้คำสั่งเรื่องค่าขึ้นศาลของศาลชั้นต้นได้ถูกยกเลิกและเพิกถอนไปในตัวอุทธรณ์นี้จึงต้องวางค่าธรรมเนียมใช้แทนเมื่อโจทก์ไม่วาง ศาลชั้นต้นชอบที่จะไม่รับตามมาตรา 229[1]



[1] คมสันต์ (นิติธนิต ติวสอบอัยการช่วยครั้งที่ 42 ,6 เมษายน 2551)

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

The benefit of studying English in English speaker countries ประโยชน์จากการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศเจ้าของภาษา

The characteristic of Thai people generally is shy and afraid of English. They admire some Thai persons who pronounce English like native speaker and the most of Thai people think that their ability of English skill is inferior to them .Thus they discourage to learn and improve their English. The studying of English in English speaker countries, where are recognised as the original English speaker especially in UK, USA, Australia and New Zealand, may terminate such inferiority complex even though it could be said that the quality of English teaching of the famous institutions in Thailand (for example: British Council) is not different to the ones in the English countries. The improvement of English skill depends on many factors other than an effort. If you are talkative and associate with many English friends, your speaking and listening skills will be developed more quickly than the other ones who has only a chance to speak English in classroom. If you are in the different social, it will stimulate you to interest in history subject and to travel around there because you begin to observe a new experience.However bear in your mind that the English friends generally do not correct any error of your English.

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554

หลักเกณฑ์ในการให้คะแนนข้อสอบกฏหมายตอบแบบอัตนัยแบบวินิจฉัยตุ๊กตา(ตรวจข้อสอบด้วยตนเอง)


เพื่อขจัดความลำเอียงในการตรวจให้คะแนนตนเอง จึงกำหนดหลักเกณฑ์นี้ขึ้น

1.คะแนนเต็มแต่ละข้อคือ 10 คะแนน
ก่อนตรวจข้อสอบที่ทำเสร็จแล้ว ถ้าธงคำตอบข้อหนึ่งนั้นมีหลายประเด็น ให้เฉลี่ยคะแนนในแต่ละประเด็นให้มีคะแนนเป็นตัวเลขจำนวนเต็มที่เสมอกัน หากเฉลี่ยคะแนนแล้ว ปรากฎว่า มีเศษคะแนนที่เฉลี่ยไม่ลงตัว ให้นำเศษคะแนนที่เฉลี่ยไม่ลงตัวไปเพิ่มคะแนนให้แก่ประเด็นที่ยากที่สุด
2.ในการให้คะแนนซึ่งข้อสอบมีหลายประเด็นนั้นจะให้คะแนนเกินกว่าที่คะแนนเฉลี่ยที่กำหนดไว้ในแต่ละประเด็นตามข้อ 1 วรรคสองไม่ได้ และต้องให้คะแนนให้ครบทุกประเด็นในแต่ละข้อก่อนแล้วจึงรวมเป็นคะแนนเต็มสำหรับข้อนั้น